13 ขั้นตอน การเตรียมตัวแต่งงาน ด้วยวิธีที่สะดวกและดีที่สุด

13 ขั้นตอน การเตรียมตัวแต่งงาน ด้วยวิธีที่สะดวกและดีที่สุด

 

13 ขั้นตอน การเตรียมตัวแต่งงาน ด้วยวิธีที่สะดวกและดีที่สุด แนะนำอย่างละเอียด

1.พูดคุยตกลงว่าจะจัดงานแบบไหน

ค็อกเทล      โต๊ะจีน      บุฟเฟ่ต์  งานเช้า งานเย็น จัดแยกวัน แยกสถานที่หรือไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายด้วยว่า ใครจะเป็นคนรับผิดชอบส่วนไหน ตรงนี้เอาให้เคลียร์ ถ้าจะใช้ก็เลือกที่เราชอบ แต่ละเจ้าก็มีความแตกต่าง และเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง

2.คำนวณจำนวนของแขกที่จะมาร่วมงานแต่งงาน 

ทำอย่างไรเมื่อต้องจัดโต๊ะจีนและเทคนิคการกะจำนวนแขก

หากถามถึงรูปแบบการจัดเลี้ยงงานแต่งงานที่โดนใจว่าที่บ่าวสาวทั้งหลาย “โต๊ะจีน” คงได้รับโหวตเป็นอันดับท้ายๆ ด้วยความรู้สึกว่ามีข้อจำกัดและความไม่สะดวกต่างๆ มากมาย ในขณะที่โต๊ะจีนกลับเป็นตัวเลือกหนึ่งเดียวในดวงใจของผู้ใหญ่ (ซึ่งมักเป็นผู้สนับสนุนหลักในด้านค่าใช้จ่ายด้วยสิ !) เพื่อไม่ให้เกิดเหตุพิพาทระหว่างปาป๊ามาม้ากับบ่าวสาว จึงเป็นที่มาของคอลัมน์ Two Seats Special ด้วยประการฉะนี้ ทำไมต้องโต๊ะจีน

ลูกหลานแต่งงานทีไร อากงอาม่าเป็นต้องสั่งจัดโต๊ะจีนทุกที เรียกว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ (ภาคบังคับ) อย่างหนึ่งของผู้มีเชื้อสายจีนก็ว่าได้ เมื่อแขกเหรื่อมาร่วมแสดงความยินดีแล้ว ถือเป็นหน้าที่เจ้าภาพในการจัดเตรียมอาหารต้อนรับแขกให้อิ่มหมีพีมัน กลับบ้านอย่างมีความสุข จะว่าไปก็เหมือนการเลี้ยงดูปูเสื่อแบบคนไทยนั่นเอง แต่เอาเข้าจริงก็มิใช่เฉพาะโก๋ตี๋กี๋หมวยเท่านั้นที่จัดงานแต่ง งานแบบโต๊ะจีน นั่นเป็นเพราะข้อดีดังต่อไปนี้

3.กำหนดงบประมาณจัดงานแต่งงานให้แน่นอน
          อันนี้ค่อนข้างสำคัญมากเหมือนกัน เพราะว่าจะได้ช่วยตัดตัวเลือกต่างๆที่เกินงบออกไป รวมถึงไม่มีปัญหากันเรื่องเงินๆทองกันภายหน้าด้วย

4.สถานที่จัดงาน 

สำหรับสถานที่ ให้ใช้วิธีคุยกันว่าอยากได้แบบไหน ใกล้บ้าน เดินทางสะดวก อาหารอร่อย โรงแรมสวย เก่าแก่อยู่มานานหรือเริดหรู มันก็จะค่อยๆแคบลงมาเรื่อยๆ อย่างของผู้เขียนเลือกโรงแรมเพราะอาหารอร่อย ห้องบอลรูมสวย เดินทางสะดวก ที่สำคัญเซลส์ของโรงแรมน่ารักมากเป็นกันเอง อันไหนดีไม่ดี คุ้มไม่คุ้ม เค้าจะบอกกับเราอย่างจริงใจ อีกอย่างคืออยากแนะนำว่าถ้ามีเวลาแล้วเจอโรงแรมไหนจัดบ้าง

5.หลังจากlist รายชื่อโรงแรมที่ถูกใจได้แล้ว โทรไปถามให้เร็วที่สุด
        โทรไปแจ้งวันที่จะจัดเพื่อถามว่าเราต้องเป็น waiting listหรือไม่ รวมถึงแจ้งจำนวนคน แล้วขอให้เค้าเมล์แพคเกจราคา ของที่โรงแรมจะให้ รวมถึงเมนูของแต่ละที่มาให้ได้มากที่สุด เก็บใส่โฟลเดอร์ไว้เปรียบเทียบจากนั้นรีบนัดเข้าไปดูสถานที่จริง ถ่ายรูปเก็บไว้แล้วก็เปรียบเทียบแต่ละที่ พอได้ที่ที่ถูกใจแล้วก็รีบวางเงินมัดจำเลย

6.พอได้โรงแรมก็สบายไปเปราะใหญ่ ทีนี้ก็เตรียมหาช่างภาพนิ่ง+วีดีโอวันงานแต่งงานได้เลย
      สำหรับเรื่องของภาพนิ่ง วีดีโอ รวมถึงสตูดิโอถ่ายภาพนั้น อยากอยากแนะนำ ก่อนอื่นบ่าว-สาว ต้องจับทางที่อยากได้มากที่สุดว่าชอบแนวไหน แต่ละสตูฯจะไม่เหมือนกัน ผลงานก็จะมีความแตกต่างหรือเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองเช่น บางคนอาจจะชอบแบบถ่ายแฟชั่น เซ็กซี่ หรือบางคนอาจชอบแบบโรแมนติก เรียบๆ คลาสสิค ดูได้นานๆ วินเทจนิดๆ หรือแบบเรโทร อินเทรนด์ไปเลย ก็เลือกเอาตามใจชอบ นั่งดูกันจนตาแฉะเลยทีเดียว

7.หาช่างแต่งหน้าทำผม
           ถ้าได้ช่างและจองเงินมัดจำเรียบร้อยแล้ว ควรหาเวลาเมล์ หรือโทรคุยแจ้งรายละเอียดของงานค่ะ เช่น จัดที่ไหน เวลาไหน จะเริ่มแต่งหน้ากี่โมง (รอบเช้ากี่โมง, รอบเย็นกี่โมง) และแต่งที่ไหน ส่งรูปของตัวเองให้ช่างดู ส่งรูปแบบทรงผม และสีของโทนการแต่งหน้าที่เราอยากได้ เพื่อช่างจะได้ทำการบ้าน รวมถึงให้คำแนะนำว่าเหมาะกับรูปหน้าเราหรือไม่ ส่งรูปชุด หรือแบบชุดที่เราจะใส่ เพื่อที่ช่างจะได้แนะนำ ว่าเหมาะกับชุด หรือธีมงานหรือไม่ แจ้งช่างเกี่ยวกับปัญหา และรายละเอียดเพิ่มเติม

8.หาร้านชุดแต่งงาน
       แนะนำว่าให้รีบหาแนวที่ชอบและรีบไปลองดูหลายๆร้าน ถ่ายรูปมาให้ครบทุกชุด ไม่ต้องคิดมากหรือเกรงใจเจ้าของร้านจนยอมจ่ายมัดจำค่าชุด โดยที่เรายังไม่ถูกใจจริงๆก่อน เรามีสิทธิเลือกร้านและลองชุด อยากบอกว่าให้ลองหลายๆแบบ อย่าติดกับแบบที่เราชอบอย่างเดียว เพราะบางทีแบบที่เราชอบนั้น จริงๆเราอาจจะใส่ออกมาไม่สวย ไม่เหมาะก็ได้ ถ้าได้ร้านและชุดที่ถูกใจแล้ว แนะนำอีกอย่าง คืออย่าคิดมาก อย่าเปิดดูรูปชุดคนนู้นคนนี้อีก

9.Presentation
เสิร์จหาเลยค่ะ ว่าอยากได้แนวไหน จะเป็นสไลด์ธรรมดา(ทำเองได้ ใช้โปรแกรม Proshow gold) หรือแบบซีนีมาโตกราฟฟี่(หนังสั้น) หรือแบบเอนิเมชั่น ถ้าได้แล้ว ก็รีบโทรไปถามราคา, แจ้งรายละเอียดงาน+จองเลย เพราะพรีเซนเทชั่นต้องให้เวลาเค้าทำอย่างน้อย 2เดือน

10.ต่อไปสั่งพิมพ์การ์ด และของชำร่วย
ร้านการ์ดอันนี้ออกจะวุ่นวายหน่อย คือมันมีหลายราคา และหลายเกรดจัด เอาเป็นว่า กำหนดราคาก่อน แล้วก็ตกลงกันว่าจะเอาแบบสำเร็จรูป หรือออกแบบเอง หรือสั่งออกแบบเป็นการ์ดออเดอร์พิเศษ ราคามีตั้งแต่ใบละ6บาท-100อัพ ขึ้นอยู่กับรูปแบบของงาน ความยาก รูปแบบการ์ด ตัวปั๊ม หรือสีพิเศษ รวมถึงจำนวนด้วย ไปเดินแถวสำเพ็ง พาหุรัด หรือถ้าอยากเอาเป็นการ์ดสำเร็จรูปถูกๆ งานโอเคเลย เน่แนะนำไปจตุจักรเลย ช่วงโครงการ17 เดินไปเลยมีเยอะมาก

สำหรับการ์ด แนะนำให้แจกก่อนวันงาน 2-4สัปดาห์ หรือไม่เกิน2เดือน เพราะถ้าแจกเร็วไป แขกบางท่านอาจจะลืม แต่ถ้าแจกช้าไปเช่นแจกก่อนแค่1อาทิตย์ ก็จะกระชั้นชิดเกินไป เพราะไม่มีเวลาให้แขกได้จัดเตรียมคิวเวลาส่วนตัว รวมถึงหาเสื้อผ้า และของขวัญสำหรับไปงานเราด้วย สำหรับของชำร่วยก็จะแยกเป็น สำหรับงานเช้า และของชำร่วยงานเย็น อันนี้ก็มีให้เลือกมากมายแล้วแต่จะชอบ ตามร้านการ์ดอีกเช่นกัน หรือจะลองเป็นสมุดโน๊ตจากมูลนิธิเด็กก็ได้ คือของชำร่วยพวกนี้นอกจากจะน่ารักใช้งานได้จริงแล้ว เรายังได้ร่วมทำบุญกันด้วย

11. เดินไปแถวจตุจักรแล้ว หรือสำเพ็งทั้งทีแล้ว ถ้าต้องใช้ของร้บไหว้ ก็หาซื้อได้เลย ไม่ว่าจะเป็นหมอนใบชา ผ้าคลุมไหล่ เน็คไทด์ ผ้าขนหนู ชุดเทียนเครื่องหอมอโรม่าต่างๆ หรือชุดถ้วยชามเบญจรงค์ ก็หาๆดูได้เลย

12. สั่งพานขันหมาก อันนี้แล้วแต่ว่าจะสั่งแบบสำเร็จรูป ทำเอง หรือว่าจะซื้ออะไรแบบไหน ลองคุยกับผู้ใหญ่ดู

13.ที่เหลือก็แค่เก็บรายละเอียดปลีกย่อยเพิ่มเติมตามเช็คลิสต์ หรือที่จะคิดออก เช่น หาพิธีกร นัดคุยกันเรื่องสคริปก่อนวันงาน ซื้อเครื่องประดับ รองเท้า ชุดชั้นใน ของตกแต่งโต๊ะลงทะเบียน(ถ้าอยากได้อะไรเพิ่ม) และเตรียมเข้าคอร์สเจ้าสาว เช่นขัดผิว ขูดหินปูน ทำสีผม และทำเล็บก่อนวันงานสัก 1 อาทิตย์

สนับสนุนโดย Vegus69.com , Copa69.com

0 Comments