10 อันดับสตูดิโอแต่งงานแนะนำในกรุงเทพ

10 อันดับสตูดิโอแต่งงานแนะนำในกรุงเทพ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ 10 อันดับสตูดิโอแต่งงานแนะนำในกรุงเทพ"

10 อันดับสตูดิโอแต่งงานแนะนำในกรุงเทพ  ถ้าพูดถึงงานแต่งงานเชื่อว่าสาวๆหลายคนต้องเคยวาดภาพเอาไว้ตั้งแต่วัยเด็กเลยว่างานแต่งงานของเราจะเป็นแบบไหน จัดอย่างอย่างไร หรือน้อยที่คงก็คงจะเคยคิดแน่ๆว่าชุดแต่งานของเราเป็นแบบไหน แต่เชื่อว่าพอโตขึ้นมาหลายๆคนก็คงจะเริ่มคิดแตกต่างจากวัยเด็ก เพราะงานแต่งที่สมบูรณ์แบบย่อมมากับค่าใช้จ่ายที่แพงมหาศาล แต่อย่างไรก็ตามงานแต่งงานของเรานั้นมีได้แค่ครั้งเดียวในชีวิต เราก็ย่อมอยากได้งานที่สมบูรณ์แบบ แต่จะเป็นไปได้ไหมที่ความสมบูรณ์แบบเหล่านั้นมาพร้อมความประหยัดและสบายกระเป๋าไปด้วย วันนี้บทความนี้จะพาทุกคนไปดู 10 อันดับสตูดิโอถ่ายรูปแต่งงาน สวยๆ ที่ดีที่สุดและประหยัดที่สุดในกรุงเทพ ที่สามารถเนรมิตให้คุณเป็นเจ้าหญิงเจ้าชายในฝันได้ตามปรารถนา แต่ก่อนจะไปดูเรามาดู วิธีจัดการงบประมาณงานแต่ง เพื่อกันไม่ให้เกิดปัญหาในเรื่องงบประมาณบานปลายกันก่อนดีกว่า เพื่อจะได้พอมีไอเดียไปคุยกับสตูดิโอหรือเวดดิ้ง แพลเนอร์ เพื่อสร้างสรรค์งานแต่งงานที่เราต้องการ

  • Brea Wedding Studio บรีเร่ เวดดิ้ง สตูดิโอ
  • FOTOMIXES Wedding Studio
  • Seksan Wedding Studio เสกสรรค์เวดดิ้ง
  • SO LOVE WEDDING
  • IN Wedding Studio อินเวดดิ้ง
  • The Soul Mate wedding studio
  • Dewa Wedding Studio
  • BANGKOK Wedding Studio บางกอกเวดดิ้งสตูดิโอ
  • Anuchart Photography
  • The Pastel Studio

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ 10 อันดับสตูดิโอแต่งงานแนะนำในกรุงเทพ"

เทคนิคการจัดสรรงบประมาณงานแต่งที่สวยสมบูรณ์แต่งบไม่บานปลาย

1. ค่าชุดแต่งงาน แต่งหน้า และทำผม

สำหรับชุดแต่งงานนั้นถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของเจ้าบ่าวและเจ้าสาว แต่เราควรควบคุมค่าชุดแต่งงานไม่ให้เกิน 15 % ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยสมัยนี้คู่รักบ่าวสาวนิยมการใช้สตูดิโอหรือ wedding planner ที่มีบริการชุดสำเร็จรูปมาให้ก็จะสามารถประหยัดค่าชุดไปได้มากเลยทีเดียว ส่วนค่าแต่งหน้าและทำผมส่วนมากสตูดิโอที่เราใช้บริการก็มีให้บริการอยู่แล้ว รวบค่าใช้จ่ายขนาดนี้เห็นไหมว่าการใช้ สตูดิโอแต่งงานช่วยประหยัดเงินไปขนาดไหน

2. ค่าพิธีฉลองมงคลสมรส

นี่คือองค์ประกอบหลักของเลยก็ว่าได้และถือเป็นค่าใช้จ่ายหลักเช่นกัน โดย ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายสำหรับสถานที่ อาหาร และเครื่องดื่ม ค่าใช้จ้ายประเภทนี้ควรใช้งบประมาณอยู่ที่ไม่เกิน 50% ของงบประมาณทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะหมดไปกับค่าอาหารและเครื่องดื่ม และจะเสียมากเสียน้อย ก็ขึ้นอยู่กับปริมาณแขกที่เราเชิญมาร่วมงาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น งบประมาณงานแต่งส่วนนี้ ถือเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด ดังนั้นบ่าวสาวควรเตรียมงบประมาณในส่วนนี้ไว้ตั้งแต่แรก เพื่อที่จะได้ไม่เกิดปัญหาขึ้นทีหลัง

3. ค่าดอกไม้และค่าตกแต่งสถานที่

ในส่วนตรงนี้เราสามารถมอบหมายให้ สตูดิโอที่เราใช้บริการจัดการให้หรือประสานงานให้ และค่าดอกไม้และค่าตกแต่งไม่ควรเกิน 10% ของงบประมาณทั้งหมด ซึ่งบางแพ็กเกจของสตูดิโอบ่าวสาวแทบไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะเขาจะจัดการให้อย่างเสร็จสรรพ พร้อมป้ายงาน ถ่ายรูปหน้างาน ทั้งนี้เราต้องไม่ลืมที่จะสอบถามขอบเขตในส่วนของรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น เครื่องเสียง วงดนตรี ขนาดของโต๊ะ น้ำแข็งแกะสลัก หรือโต๊ะวางสมุดวางอวยพร เป็นต้น

4. ค่าการ์ดและของชำร่วย

เราควรเริ่มต้นเลือกสีและขนาดของซองด้วยตนเอง ซึ่งปกติการสั่งทำการ์ดมักรวมเข้ากับซองไปด้วยอยู่แล้ว แต่ถ้าเลือกแต่ตัวการ์ดอย่างเดียว คุณอาจจะต้องเสียเงินเพิ่มในการพิมพ์ซองขึ้นใหม่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบและวัสดุในการพิมพ์ด้วยเช่นกัน และควรใช้งบประมาณไม่เกิน 5% ของงบประมาณทั้งหมด และที่สำคัญที่สุดควรลิสต์รายชื่อแขกให้พยายามคลาดเคลื่อนน้อยที่สุด และบวกเพิ่มการ์ดจากที่คำนวณเผื่อไว้อีกประมาณ 5-10%  เผื่อป้องกันรายชื่อตกหล่น

ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่นการจ้างถ่ายภาพ

ค่าใช้จ่ายอื่นๆการเตรียมงานแต่งเช่นค่า ถ่ายรูปแต่งงาน สวยๆ ค่าถ่ายพรีเวดดิ้ง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับการแต่งงานอีกประการหนึ่งเลยทีเดียว และอีกส่วนหนึ่งคือค่าใช้จ่ายที่เราไม่คาดคิดที่จะให้เกิดขึ้น ดังนั้นเราควรกันงบส่วนนี้ให้ไม่เกิน 10-15 % ของงบประมาณทั้งหมด ซึ่งงบในส่วนนี้อาจยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสม และปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ เพราะ สิ่งที่บ่าวสาวควรจะทำทุกครั้ง นั่นคือ การจดรายละเอียดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้ถี่ถ้วน เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้งบประมาณบานปลาย และสามารถควบคุมการใช้จ่ายได้อย่างเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น

 

หลักเกณฑ์ในการเลือกสตูดิโอเพื่อไม่ให้พลาดช็อตที่สำคัญที่สุดในชีวิต

1. เสียงตอบรับจากลูกค้าเก่าสำคัญที่สุด

แน่นอนว่าลูกค้านั้นแทบจะไม่มีโอกาสกลับมาใช้บริการสตูดิโอนี้เป็นครั้งที่สองอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามเสียงตอบรับจากลูกค้าเก่าเป็นตัวสะท้อนผลงานของสตูดิโอได้ดีที่สุด ถ้าหากมีลูกค้าหรือเพื่อนฝูงของเราเคยใช้บริการแล้วประทับใจ เราก็ย่อมมั่นใจไปได้แล้วกว่า 80 % ว่าสตูดิโอถ่ายภาพที่เราเลือกเป็นสตูดิโอที่ดีอย่างแน่นอน หรือหากไม่มีลูกค้าเก่ามาเล่าแต่เราต้องการจะรู้ ก็ให้ย่องไปสอบถามลูกค้าเก่า เช่นอาจจะไปดูชื่อตามเว็บหรือเฟซบุคและแชทไปสอบถามก็จะสามารถทราบได้ถึงความประทับโดยรวมของร้าน

 

2. มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและคนรอบข้าง

ในงานแต่งงานมีคนมากมายและงานแต่งยังถือเป็นหน้าเป็นตาของเราอีกต่างหาก ดังนั้นการเลือกสตูดิโอควรเลือกที่มีพนักงานให้บริการดีมีมนุษยสัมพันธ์หรือช่วยทำให้คนรอบข้างยิ้มได้ เพราะในวันสำคัญคุณคงไม่อยากอารมณ์เสียเนื่องจากสตูดิโอพูดจาไม่ดีกับเราหรือญาติๆเพื่อนๆเราที่อุตส่าห์มาร่วมแสดงความยินดีในงานแต่งงานหรอกใช่ไหมล่ะ

 

3. มีการบริการครบวงจรหรือสามารถประสานงานได้

การที่เราจะไปจัดหาทุกอย่างด้วยตนเองในงานแต่งงานบางครั้งก็เป็นเรื่องยาก เนื่องจากองค์ประกอบของงานแต่งงานมากจากหลายส่วนหลายเจ้า ดังนั้นหากสตูดิโอนั้นมีเพื่อนฝูงหรือบริษัทที่รับทำบริการเกี่ยวกับงานแต่งงานก็ย่อมเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อยเนื่องจากจะทำให้เราสะดวก และเผลอๆอาจจะประหยัดลงเนื่องจากได้ส่วนลดของการเป็นลูกค้าของเขาอีกด้วย

 

4. การโพสท่า สไตล์ลิสต์และตากล้อง จำเป็น

สิ่งสำคัญสำหรับบางคือการที่สตูดิโอมี สไตล์ลิสต์ที่ช่วยแนะนำเรื่องการเลือกชุดให้เข้ากับเรา แต่งหน้าทำผมให้เข้ากับเรา เพราะเจ้าสาวบางคนก็ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องการแต่งหน้าแต่งตัว และจะดียิ่งขึ้นถ้าหากสตูดิโอนั้นมีสไตล์ลิสตืที่คอยบอกท่าทางการโพสเพื่อให้เจ้าบ่าวและเจ้าสาวมีรูปที่ดีที่สุด ก็ย่อมเป็นสิ่งที่ใครหลายคนต้องการ รู้แบบนี้เมื่อเลือกสตูดิโอแล้วก็อย่าลืม เอ่ยถามทุกครั้งว่ามีสไตล์ลิสต์ที่คอยช่วยเลือกชุด เสื้อผ้า หน้าผม หรือช่วยออกแบบการโพสต์หรือไม่ เพราะเราก็ย่อมอยากสวยที่สุดในวันแต่งงานแน่ๆ

 

5. รู้จักสถานที่ (Location) ให้มากพอทำการบ้านก่อนเริ่มงานทุกครั้ง

สถานที่ที่เราเลือกใช้มีมุมสวยงามแตกต่างกัน และไม่เหมือนกันในแต่ละคน ดังนั้สตูดิโอที่ดีควรมีความชำนาญในสถานที่นั้นเพื่อที่จะสามารถเลือกมุมให้เราได้วิวที่ดีและสวยที่สุด ดังนั้นหากสตูดิโอมีสถานที่และมีความชำนาญในสถานที่นั้นอยู่แล้วก็เป็นสิ่งที่ดี แต่หากถ้าสตูดิโอต้องไปถ่ายในสถานที่ที่เขาไม่คุ้นเคย การไป survey หรือทำการบ้านก่อนก็เป็นสิ่งสำคัญเพื่อที่จะได้มุมที่สวยงาม ดังนั้นสตูดิโอที่ดีไม่ควรไปถึงสถานที่แล้วเริ่มงานเลย แต่ควรเผื่อเวลาในการทำความรู้จักกับสถานที่นั้นสักพักก่อน เพื่อให้ ถ่ายรูปแต่งงาน สวยๆ ได้ออกมาดีที่สุด

 

6เปรียบเทียบราคาและผลงานหลายๆเจ้า

อย่าเพิ่งรีบร้อนตัดสินใจเพียงเพราะเห็นราคาแต่อย่าลืมว่าต้องเทียบราคากับคุณภาพ และยังต้องเทียบหลายเจ้าในแวดวงสตูดิโอแต่งานอีกด้วย เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเราได้ของถูกและดีจริงๆ เพื่อที่งานแต่งครั้งเดียวในชีวิตของเราจะได้เก็บไว้เป็นความทรงจำตราบรุ่นลูกรุ่นหลานไปนานเท่านาน


 

0 Comments